เผยข้อผิดพลาดที่
ผู้หญิงมักเผลอทำกับผิวพรรณ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
และจากนี้คือวิธีปฏิบัติตน ให้ผิวดีดั่งใจกลับมาเป็นของคุณอีกครั้ง
1.
โกนขนที่ขาโดยใช้สบู่ หรือสบู่เหลวแทนที่จะเป็นครีมสำหรับการโกนโดยเฉพาะ
ผล
ที่ตามมา : เจลหรือครีมสำหรับโกนขนมีความสำคัญมาก
เพราะช่วยให้ใบมีดทำงานได้ไหลลื่น ช่วยลดโอกาสระคาย-เคือง
แม้ว่าสบู่หลายยี่ห้อโฆษณาสรรพคุณในการมอบความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
แต่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเคลือบปกป้องผิวขณะโกนขน
จึงอาจส่งผลเสียต่อผิวในภายหลัง
สิ่งที่ขอแนะนำ :
ใช้ครีมสำหรับโกนขนโดยเฉพาะ แต่อย่าเผลอคว้าครีมโกนหนวดของแฟนคุณมาใช้ล่ะ
เพราะผิวผู้ชายกับผู้หญิงต่างกัน
2.
จู่ๆสิวเม็ดโตก็ปูดออกมาตรงคาง ก็เลยบีบซะ!
ผลที่ตามมา :
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ควรบีบ แคะ หรือแกะสิว
เพราะจะยิ่งทำให้สิวเห่อและเกิดแผลเป็น ขณะที่คุณบีบสิว
แม้สิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนอย่างฝุ่นละออง ความมัน
และเครื่องสำอางจะหลุดออกไปก็จริง แต่เป็นแค่ส่วนน้อย
ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ภายใต้ผิวหนัง
นอกจากนี้การบีบสิวยังทำให้สิวอักเสบลุกลามได้
สิ่งที่ขอแนะนำ :
สิวจัดเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด
แต่หากรู้จักวิธีดูแลรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากสิวที่เป็นอยู่จะไม่อักเสบ
ยังหายเร็วขึ้นอีกด้วย
และในระยะนี้ควรงดใช้เครื่องสำอางที่มีผลต่อการทำงานของผิวหนังและต่อมไขมัน
เช่น ครีมบำรุงผิว หรือครีมลดเลือนริ้วรอยที่ผสมสเตียรอยด์ (steroid)
ไม่ควรให้ผิวถูกรบกวน ไม่ว่าจากการมาสก์หน้าหรือขัดผิว
เพราะจะยิ่งทำให้สิวอักเสบ
3.
ไม่สูบบุหรี่ แต่มักอยู่ในวงล้อมของเพื่อนๆ ที่สูบ
ผลที่ตามมา :
ควันบุหรี่จากผู้อื่นก่อความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผิวคุณได้
สารเคมีที่มากับควันบุหรี่ เช่น คาร์บอนมอ-นอกไซด์ นิโคติน ฯลฯ
แทรกซึมสู่ผิวหนังทางรูขุมขน
เมื่อสัมผัสกับเซลล์ในร่างกายจะก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระ
ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
เกิดรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และทำให้กระบวนการฟื้นฟูตนเองของผิวเสียไป
สิ่ง
ที่ขอแนะนำ :
เลือกสภาพแวดล้อมที่ปราศจากควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้
พยายามอยู่ห่างคนสูบบุหรี่เข้าไว้เช่น
ถ้าเป็นในร้านอาหารหรือในผับให้เลือกมุมที่อากาศถ่ายเทสะดวก เช่น
โซนสวนด้านนอก หรือที่ระเบียง และเมื่อกลับถึงบ้าน
ก็ให้รีบอาบน้ำเพื่อขจัดคราบควันที่ติดอยู่ตามผิวหนังและเส้นผม
แล้วใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารแอนติออกซิแดนท์เช่น
สารสกัดจากใบชา ใบมะกอก วิตามินซี และอี ฯลฯ
ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้
4.
ขัดผิวทุกวันแถมบางวันขัดเสียสองสามรอบ
ผลที่ตามมา :
แม้การขัดผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก แต่หากขัดบ่อยไป
หรือทำอย่างไม่บันยะบันยัง ก็นำไปสู่การระคายเคืองได้ เช่น
สครับผิวตอนอาบน้ำแล้วก็ยังชโลมโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารเคมีขจัดเซลล์ผิว
เสื่อมสภาพอย่างกรดผลไม้ ตกกลางคืน ทาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์
(retinoid) นี่คือตัวอย่างของการใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวถึงสามวิธีในวันเดียว
ซึ่งมากไปและจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันปกป้องผิวตามธรรมชาติ
นำไปสู่การระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผิวหน้า
สิ่งที่ขอแนะนำ
: ลิมิตตนเองไม่ให้ขัดผิวเกินวันละสองวิธี เช่น ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิว
ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ และเรตินอยด์ในวันเดียวกัน
อย่าลืมสังเกตส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เพราะบางทีแม้ไม่ได้ระบุว่าเป็น
“สครับ” โดยตรง แต่มีคุณสมบัติในการขัดผิว
5.
ไม่ค่อยทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า เพราะคิดว่าเราใช้อยู่คนเดียวนี่นา
ผล
ที่ตามมา : แปรงเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
ซึ่งติดมาจากผิวหนังในทุกครั้งที่คุณปัด ถ้าไม่ทำความสะอาด
เชื้อโรคที่สะสมอยู่บนแปรงจะซอกซอนเข้าสู่รูขุมขน นำไปสู่การเกิดสิว
นอกจากนี้ขนแปรงที่สกปรกยังจับกับเครื่องสำอางได้ไม่ดี
ทำให้แต่งหน้าได้ไม่เรียบเนียน
สิ่งที่ขอแนะนำ :
กำจัดสิ่งสกปรกและแบคทีเรียด้วยการล้างแปรงทุกสัปดาห์
ด้วยแชมพูที่ชำระล้างสารเคมีตกค้างออกได้หมด
6.
รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ แต่ไม่เปลี่ยนวิธีการดูแลผิว
ผลที่ตามมา :
ส่วนผสมบางอย่างในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ที่คุณสามารถใช้อย่างปลอดภัยตอนไม่ได้ตั้งครรภ์
แต่อาจเป็นอันตรายต่อทารกหากนำมาใช้ตอนตั้งครรภ์เช่น
ผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยที่มีส่วนผสมของเรตินอล (retinol)
และผลิตภัณฑ์กำจัดสิวที่ผสมเบนซอยล์เพอร็อกไซด์ (benzoyl peroxide)
แม้ไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นอันตรายสำหรับหญิงมีครรภ์
แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ระบุว่าปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์ก็ไม่ควรวางใจ
สิ่ง
ที่ขอแนะนำ :
เปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลมาเป็นส่วนผสมที่ทำจากนมอย่างกรด
แล็กติก หรือที่ทำจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ
ควรสอบถามแพทย์ทุกครั้ง
ที่มา www.pooyingnaka.com
|